[กัมพูชา] เย้ยฟ้า ท้าแดด ตะลุยอาณาจักรเขมร ณ เสียมเรียบ 4 วัน 3 คืน (Part 2)


Day 3

วันนี้ซางนัดเราตี 5 เพื่อไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อังกอร์วัด ในใจก็แอบคิดว่าสายไปรึเปล่า เพราะที่อ่านมาน่าจะประมาณตี 4 เพื่อไปจองทำเลทองในการถ่ายรูป แต่จากการกรำศึกอย่างหนักในวันที่ 2 ทำให้เราโอเคกับเวลานัด เพราะคิดว่าตื่นเช้ากว่านี้ไม่ไหวแน่ๆ

เวลาตี 5 ซางก็มารอเราอยู่หน้า Hostel แล้ว พวกเราก็งัวเงียเดินมาขึ้นรถ จาก Hostel ถึงอังกอร์วัดใช้เวลาประมาณ 15 นาที เมื่อซางส่งเราเสร็จก็นัดแนะจุดนัดพบให้เรา ก็ที่พวกเราจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปด้านในอังกอร์วัด เพราะมองเห็นแล้วว่าพระอาทิตย์ขึ้นไปแล้ว

DSC09949-352

DSC09965-362

เมื่อมาถึงสระบัว (ที่ตอนนี้ไม่มีดอกบัวสักดอก) คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลากเชื้อชาติจนยากที่จะแทรกตัวไปแถวหน้า พวกเราเลยถอดใจนั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นอย่างห่างๆ มองดูผู้คนที่ตื่นเต้นกับพระอาทิตย์ก็เพลินไปอีกแบบ บ้างก็พยายาม selfie กับพระอาทิตย์ขึ้น บ้างก็พยายามแทรกตัวไปใกล้สระบัวที่สุดเพื่อให้ได้รูปภาพที่ว่าเด็ดที่สุด บ้างก็มีเก้าอี้มาต่อเพื่อหลีกหนีฝูงชน บ้างก็ตั้งกล้องถ่าย timelapse ของพระอาทิตย์ขึ้น สรุปว่าพวกเราไม่ได้มาดูพระอาทิตย์ขึ้นนะ พวกเรามาดูพฤติกรรมของผู้คนที่มาชมพระอาทิตย์ขึ้น เพลินเลยค่ะ 🙂

DSC09976-366

DSC09977-367

DSC09982-369

ระหว่างยืนเกะกะอยู่ ก็จะมีคนคอยมาเสนออาหารเช้า กาแฟ ผ้าพันคอ เทคนิคการขายแต่ละคนก็ต่างกันไป บ้างก็ตามเราตั้งแต่ด้านนอก จนมาถึงด้านใน เพียงแค่บอกว่าร้านเค้ามีอาหารเช้านะ ถ้าดูพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จแล้วก็ไปกินได้ เราก็คุยบ้าง หนีบ้าง แล้วแต่จังหวะ

ราว 7 โมงเช้า ผู้คนเริ่มทยอยกันกลับออกมาด้านนอกเพื่อไปเที่ยวยังจุดอื่น พวกเราก็เช่นกัน เดินไปจุดนัดพบของซาง ก็ไปพวกเราตัดสินใจแวะรถขายกาแฟและขนมปังก่อน ซึ่งกาแฟสดไม่ได้เรื่อง แถมราคาแพง แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เป็นโหมดจำเป็นสินะ แนะนำว่าห่ออาหารเช้ามาจากโรงแรม หรือแวะซื้อตามมินิมาร์ทไว้ก่อนจะดีกว่า

จุดต่อไปคือปราสาทตาพรหม ถ้าตามเส้นทาง เราจะต้องขับผ่านอังกอร์ธมไปก่อนจะถึงปราสาทตาพรหม ซางเลยพยายามบอกเราว่าเที่ยวอังกอร์ธมก่อนเถอะ เพราะไม่ยากวกไปวนมา แต่เราอยากไปปราสาทตาพรหมก่อน เพราะถ้าไปเช้าตรู่คนจะน้อย เลยแอบขัดใจซางนิดนึง

DSC00001-1

มาถึงปราสาทตาพรหมพร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วเลย มั่นใจว่าคนน้อยแน่ๆ มุมไฮไลท์พวกเราต้องล่าให้ครบ (แอบหวังลึกๆ) ระหว่างทางเดินเข้าร่มรื่นมาก การจัดการโบราณสถานแต่ละแห่งทำได้ค่อนข้างเยี่ยม เป็นระบบ สะอาด ร่มรื่น

DSC00005-5

DSC00008-7

 

ปราสาทตาพรหม ปราสาทที่โด่งดังเป็นพลุแตกจากการเป็นฉากหนึ่งในหนังเรื่อง  Tomb Raider  ด้วยรากต้นสะบงขนาดมหึมาปกคลุมปราสาทอยู่ แต่เมื่อเราไปถึงกลับพบว่าปราสาทแห่งนี้สภาพทรุดโทรมเหลือเกิน หลายๆ จุด ต้องนำคานเหล็กขนาดใหญ่มาค้ำไว้เพื่อไม่ให้ตัวปราสาทพังลงมา ในพื้นที่ส่วนในสุดก็ถูกปิดไว้ เพราะมีการบูรณะอยู่ ด้วยความช่วยเหลือจากประเทศอินเดีย (โบราณสถานต่างๆ ในเขมร จะมีนานาประเทศมาช่วยเหลือให้เงินทุนในการซ่อมแซมและบูรณะ) ส่วนไฮไลท์ คือ รากต้นสะบงยักษ์แบบในหนังก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ มีการทำรั่วรอบขอบชิด ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายทั้งต่อโบราณสถานและต่อนั่งท่องเที่ยวเอง เราว่าตรงนี้แหละ ทำให้มนต์เสน่ห์ของปราสาทตาพรหมหายไปอยู่บ้างDSC00025-19

DSC00028-21

หลังจากเราสำรวจปราสาทตาพรหมเสร็จแล้ว เรามุ่งหน้ากลับไปยังอาณาจักรยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของเสียมเรียบ “อังกอร์ธม” ในส่วนของอังกอร์ธม จะประกอบไปด้วยหลายๆ ปราสาทด้วยกัน แนะนำให้เริ่มเดินจากปราสาทบายนไล่มาจบที่ลานช้าง และลานพระเจ้าขี้เรื้อน (Terrace of The Elephants และ Leper King Terrace)

DSC00035-26

DSC00044-33

DSC00045-34

DSC00056-45

ปราสาทบายน ปราสาทขนาดใหญ่หลังสุดท้ายของอาณาจักรขอม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยการมีรูปสลักใบหน้าขนาดใหญ่บนปรางค์ปราสาททั้ง 4 ทิศ โดยใบหน้าส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกสงบ มีเพียงบางใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มปริศนาเอาไว้ ให้เรารุ่นหลังๆ ชวนคิดว่า ผู้สร้างต้องการสื่อถึงอะไร โดยปัจจุบันก็ยังไม่มีความแน่ชัดว่าใบหน้าเหล่านี้คือใคร มีหลายทฤษฎีมาก ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างปราสาทบายน หรือจะเป็นใบหน้าของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือบางทฤษฎีก็อ้างว่าเป็นใบหน้าของท้าวจตุโลกบาล แต่ไม่ว่าอย่างไร ใบหน้าเหล่านี้ก็ทำให้เรารู้สึกสงบได้ แม้อยู่ท่ามกลางนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก

DSC00076-62

DSC00077-63

จากปราสาทบายน พวกเรารู้สึกร้อนและเพลียกันมาก อาจเป็นเพราะกรำศึกท่องเที่ยวท่ามกลางแดดร้อนมาหลายวัน อีกทั้งยังต้องตื่นเช้า ทำให้ปราสาทบาปวน (Prasat Baphoun) ปราสาทถัดมา เราทำเพียงแค่นั่งมองจากข้างนอก จริงๆ ปราสาทบาปวนจะสวยจะเท่ห์ ก็ต้องมองจากมุมไกลเนี่ยหล่ะ เราถ่ายรูปตรงทางเดินทอดยาวประหนึ่งเดินอยู่แคทวอร์คก็ไม่ปาน นั่งถ่ายภาพจนหายเหนื่อยก็เดินต่อไปยังจุดหมายต่อไปคือ ปราสาทพิมานอากาส (Prasat Phimeanakas) ลานช้าง และลานพระเจ้าขี้เรื้อน

DSC00143-80

ระหว่างทางจะเจอร้านขายของที่ระลึกเป็นระยะ ร้านแรกจะขายแพงมาก พอเดินออกมาไม่เอา ราคาลดลงไปกว่าครึ่งนึง เอาเป็นว่าอยากได้ก็ต่อๆๆ ต่อให้พอใจ แล้วก็ซื้อ แล้วจบเลยนะ อย่าหันไปมองอีก ถ้าหันไปมองอีก ราคามันจะถูกลงทำให้เจ็บใจ TT^TT เจอมาแล้วหล่ะ

เสร็จจากอังกอร์วัดตอนนี้ก็เวลาแค่ 11 โมง เราตัดสินใจให้ซางพาไปห้าง Lucky mall ห้างที่ไม่มีอะไรเลย และเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดของเสียมเรียบแล้ว เรามาแวะพักเพื่อหาอาหารกลางวันทาน ก่อนที่จะไปส่งน้องคนนึงในกลุ่มที่ต้องกลับก่อนวันนี้ สรุปเราทานบุฟเฟ่ชาบูค่ะ ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านตามข้างทางที่คอยเชือดนักท่องเที่ยว รสชาติก็พอไปได้ แต่ของตามสายพานไม่น่าปลื้มมากนัก

DSC00146-82

มีคาวต้องมีหวาน เสร็จจากของคาวเราไปต่อที่ร้าน The Blue Pumpkin ทานไอติมคันโตกก่อนส่งน้องที่สนามบิน ร้านนี้ร้านไอติมร้านดังของที่นี่เค้าแหละ (เอาจริงรสชาติก็ธรรมดาๆ แหละนะ)

ตัดวาร์ปมาช่วงบ่าย หลังจากไปส่งน้องแล้ว เราวนกลับมาตะลุยปราสาทภาคบ่ายกันต่อ

ด้วยความจริงใจเลยนะ…. หลังจากกรำศึกตะลุยปราสาทเข้าสู่วันที่ 3 รู้สึกพลังเริ่มหมด เริ่มค่อยๆ ตัดปราสาทที่วางแผนจะไปออกไปทีละปราสาทสองปราสาท ช่วงบ่ายเลยได้ตะลุยไม่กี่ที่

เริ่มด้วย Prasat Preah Khan (ปราสาทพระขรรค์) ปราสาทค่อนข้างใหญ่ แถมไม่มีหลักในการเดิน เดินมั่วๆ วนไป วนมา สรุปหาส่วนไฮไลท์ไม่เจอ ฮ่าๆๆ

ไม่ไกลกันนัก เราไปต่อกันที่ Prasat Ta Som (ปราสาทตาสม) ปราสาทนี้เดินง่าย เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ จนเข้าไปด้านในสุดเลย ไฮไลท์จะอยู่ด้านในสุดนั่นแหละ คือ รากไม้ขนาดใหญ่ปรกคลุมซุ้มประตูอยู่ จริงๆ ปราสาทตาสมนี่สวยมากเลยนะ แถมสงบด้วย มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะ และไม่ต้องไปเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ด้วย แนะนำเลยค่ะ ถ้ามีเวลาเหลือจากปราสาทหลักๆ ก็ลองแวะตาสมดู

DSC00148-84

DSC00179-405

และสุดท้ายของวัน เราปิดท้ายวันที่ Prasat Pre Rup (ปราสาทแปรรูป) เดิมทีแผนเราจะมาดูพระอาทิตย์ตกที่ปราสาทแปรรูป แต่เวลาที่เรามาถึงยังไม่ถึงเวลาพระอาทิตย์ตก ก็เลยนั่งเล่นถ่ายรูปเล่นจากด้านล่าง เพราะเหนื่อย ไม่มีแรงจะปีน

DSC00182-408

 

หมดวัน หมดแรง กับทริปตะลุยปราสาท เย็นย่ำ เราก็เดินเล่นแถวๆ ที่พัก พร้อมกับทานข้าวที่ Heaven Training Restaurant ร้านนี้ติดอันดับ top 5 ของ Tripadvisor เราเลยว่าจะไปลองชิมสักหน่อย ปกติควรจะจองไปนะ คนเยอะมาก โต๊ะมีไม่เยอะ ลองไปดูค่ะ เป็นอาหารเขมรประยุกต์ ราคาไม่แพง บริการดีเลิศ และได้ช่วยเหลือสังคม

11223683_10153440190823336_4086636623629117243_o

 

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายที่เสียมเรียบ วันนี้เราตื่นสายกันนิดหน่อย เริ่มเช้าวันที่อากาศร้อนเหมือนเดิมด้วยกาแฟ และเช่นเคยหาข้อมูลกาแฟดีๆ ในเสียมเรียบได้จาก Tripadvisor เราได้เลือกร้าน Little Red Fox Espresso กาแฟรสชาติดีตามมาตรฐานเมืองไทยค่ะ แต่รสชาติดีเลิศถ้าเทียบกับร้านอื่นๆ ในเสียมเรียบ

DSC00195-421

DSC00196-422

DSC00197-423

DSC00198-424

DSC00200-425

11313031_10153440193778336_1403534097716538588_o

 

หลังจากจิบกาแฟแล้ว ได้เวลาลุยต่อ วันนี้เรามีเวลาเที่ยวเบาๆ ครึ่งวัน ไม่อยากเหนื่อย ไม่อยากร้อนมาก เลยตัดสินใจไป Angkor National Museum (ค่าเข้าชม $12) ใครอยากรู้ประวัติอะไรก็ไปค่ะ มิวเซียมเลิศๆ จัดได้ดี แบ่งเป็นโซนต่างๆ มีการบรรยายให้ฟังหลากภาษา (รวมทั้งภาษาไทยด้วย) ไปที่นี่ได้ความรู้ แต่ถ้าให้ดี ถ้าเราไม่มิวเซียมก่อนตั้งแต่วันแรก ก็จะทำให้ในการท่องเที่ยวแต่ละที่จะอินและเข้าใจมากขึ้นนะเราว่า

และแล้วก็จบทริปเสียมเรียบแบบเน้นตะลุยปราสาท ทั้งสนุก ทั้งเหนื่อย แต่ทั้งหมดเราก็ได้รับประสบการณ์ดีๆ กลับมา ตอนนี้ผ่านไปเกือบ 2 เดือนก็ยังนั่งดูรูปไป อมยิ้มไป อยู่เลย “Angkor Wat” เป็นอีกสถานที่นึงที่เรา wesetoff อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสสักครั้ง

 

 

แล้วเจอกันใหมาทริปหน้านะคะ

wesetoff

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s